2475 เส้นทางคนแพ้ : พระประศาสน์พิทยายุทธ (14)

0    news  admin

2475 เส้นทางคนแพ้ : พระประศาสน์พิทยายุทธ (14)
สัปดาห์นี้ “พระประศาสน์พิทยายุทธ” ยังคงเขียนบันทึกถึงการบอมบ์อย่างแหลกลาญในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติของกรุงเบอร์ลิน เป็นอย่างไรไปอ่านกัน

“พระประศาสน์พิทยายุทธ” บันทึกนาทีล่มสลายของ กรุงเบอร์ลิน ต่อไป…

“เราสองคนเห็นกันว่าการโจมตีแบบปูพรมในวันนี้ ถ้าบ้านช่องห้องหอแห่งใดยังมีเหลืออยู่ให้เห็นใน กรุงเบอร์ลิน ก็ศักดิ์สิทธิ์เต็มที เศษชิ้นของตึกรามที่ถูกกระหน่ำด้วยลูกระเบิดลอยขึ้นมาสูงลิบลิ่วแล้วก็ร่วงหาย สะเก็ดระเบิดปลิวว่อนอย่างขนหัวลุก”

เมื่อกองทัพบินมหาศาลกระทำการในย่านกรุงเบอร์ลินจนหนำใจ คงจะรู้สึกว่าทิ้งลงไปก็ไร้ประโยชน์แล้ว ก็ขยายเขตมากระทำการรอบนอกเบอร์ลิน กระจายฝูงใหญ่ฝูงน้อยว่อนรี่เข้ามา เราเห็นท่าไม่ได้การแน่ มันพุ่งปราดมาทางทิศที่เราอยู่แล้ว จึงกระโจนเข้าไปพึ่งพาอยู่ใต้ร่มไม้ ซึ่งเป็นที่หลบภัยที่ดีที่สุดสำหรับรอบนอกเมือง แล้วฝูงใหญ่ก็รี่เข้ามาหาเรา นอกจากกระหน่ำลูกระเบิดมาตามถนนหนทางแล้ว ยังถลาลงมาต่ำๆไล่ยิงด้วยปืนกลดะ

รถยนต์คันหนึ่ง เจ้าของคงเห็นว่าวิ่งอยู่นอกเมืองคงปลอดภัย พ่อเลยโฉบลงยิงเสียไหม้ไปทั้งคัน กลิ้งโค่โล่อยู่ข้างทางนั่นเอง กระสุนปืนแหวกอากาศเควี้ยวคว้าวเต็มไปทุกปรมาณูของไออากาศ ข้าพเจ้าเห็นว่าจะไม่รอดพ้นแน่น ถ้าไม่โดนตรงตามวิถีกระสุน ก็เป็นกระสุนที่หมดฤทธิ์แล้วร่วงลงมาโดนหัวแตกไปเอง เลยคว้ากระเป๋าหนังสือที่ติดตัวไปทูนหัวบังไว้ตามบุญตามกรรม

อาทิตย์ดับเหนือ กรุงเบอร์ลิน…

เหตุการณ์ที่นครมิวนิคในวันประชุมใหญ่ของนาซี เพื่อชี้โชคชะตาของเยอรมนีเหมือนอสุนีบาตที่ฟาดลงมา ในขณะที่แผ่นดินเยอรมันกำลังเอียงกระเท่เร่จะล่มมิล่มแหล่อยู่แล้ว ประชาชนซึ่งขวัญหาย เพราะการพ่ายแพ้อย่างยับเยินของกองทัพนาซี จนกระทั่งกองทัพสัมพันธมิตรตอกลิ่มลึกเข้ามาจ่อใกล้ชานกรุงเบอร์ลินอยู่มะรอมมะร่อแล้วนั้น ก็เลยใจหายใจคว่ำติดตามลงไป

ทั้งนี้ก็เพราะกรณีการลอบประหาร “ฟืห์เร่อร์” (หมายถึงผู้นำ คือฮิตเล่อร์)โดยนำลูกระเบิดเวลาใส่กระเปาวางไว้เบื้องหน้าฮิตเล่อร์ผู้เป็นประธานในการประชุมวันนั้น และระเบิดขึ้นอย่างวินาศเมื่อถึงกำหนดเวลา

แม้วิทยุกระจายเสียงจะเร่งทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้ายเท่าที่ข้าพเจ้าจำได้ว่าผู้นำปลอดภัยก็ตาม แต่ไม่มีเยอรมันคนในจะพึงเชื่อถือนายทหารชั้นนายพล สมุนเอกของ “ฟืห์เร่อร์” ถูกจับเป็นระนาวในฐานเป็นผู้วางแผนการณ์ประหารผู้นำในยามที่ประเทศกำลังจะล่ม ไม่มีใครเชื่อว่า “ฮิตเล่อร์” จะยังมีชีวิตอยู่ในโลก หลังจากเหตุการณ์ที่นครมิวนิคเป็นต้นมา

นอกจากจะกล่าวอ้างในวงการของพวกนาซีที่เหลืออยู่ว่า “ฮิตเลอร์” ไปตั้งแนวรับใหม่ที่ชาร์ลสบูร์ก ทิ้ง จอมพลเกอริง ให้บริหารภาระทั้งปวงไว้ที่ กรุงเบอร์ลิน แต่เดียวดาย แต่เสียง “ฟือห์เรอร์” ไม่มีแล้ว…. “ฮิตเล่อร์” สิ้นชีวิตที่มิวนิค…เป็นเสียงกระซิบกระซาบที่มีอยู่เป็นทอดๆ ตลอดไปทั่วอาณาจักรแห่งไรซ์

อวสานของ กรุงเบอร์ลิน ใกล้เข้ามาแทบทุกระยะลมหายใจ…

บรรดาทหารเดนตายต่างพุ่งหลักเข้ามาเพ่นพ่านเต็มมหานครแห่งนี้ เขากลับมาจากความปราชัยพ่ายแพ้ สิ่งที่ต้อนรับเขาก็ คือ ซากอันสลักหักพังของ กรุงเบอร์ลิน บ้านช่องพินาศแหลกลาญ ลูกเมียล้มตายสูญหายไปในกองเพลิง และขบวนของประชาชนที่มิได้แยแสแม้แต่มองหน้าเขา หากแต่รีบรุดอุ้มลูกจูงหลานเร่งไปให้ไกลแสนไกลจากมหานครแห่งนี้ ซึ่งได้ยินแต่เสียงปืนใหญ่คำรามแว่วอยู่ไม่ห่างไกลจากชานมหานคร

ในที่สุดกระสุนปืนใหญ่นัดแรกจาก กองทัพรัสเซีย ก็ตกถึงใจกลาง กรุงเบอร์ลิน ตึกรามซึ่งเหลือแต่โครงสร้างเพราะถูกบอมบ์วินาศแล้ว โครงสร้างนั้นพังครืนลงมา…!!!

“คมกฤช” ของฝ่ายตรงข้ามผู้พิชิตได้จ่ออยู่ที่คอหอยของชาวเยอรมันทุกคนแล้ว.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

« »